แมกซ์เวล 1991

น้ำมันดีเซลของเชลล์มีกี่แบบ?
แตกต่างกันอย่างไร
แบบไหนเหมาะสำหรับโรงงานและภาคอุตสาหกรรม

น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสำคัญสำหรับหลายธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม บริษัทขนส่ง ธุรกิจก่อสร้าง หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง แต่รู้หรือไม่ว่า น้ำมันดีเซลของเชลล์ไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว และแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติที่เหมาะกับการใช้งานแตกต่างกัน

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องสั่งซื้อน้ำมันดีเซลเป็นประจำ การเลือกประเภทน้ำมันให้เหมาะกับเครื่องยนต์และลักษณะการใช้งานถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะส่งผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องจักร การบำรุงรักษา และต้นทุนเชื้อเพลิงในระยะยาว

วันนี้ Maxwell 1991 จะพาไปรู้จักน้ำมันดีเซลเชลล์ทั้ง 5 ประเภท พร้อมเปรียบเทียบความแตกต่าง และแนะนำว่าประเภทไหนเหมาะกับโรงงานหรือธุรกิจของคุณมากที่สุด

น้ำมันดีเซลเชลล์มีกี่ประเภท?

จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Shell Commercial Fuels ที่ Maxwell 1991 จัดจำหน่าย สามารถแบ่งน้ำมันดีเซลได้เป็น 5 ประเภท ได้แก่

  1. Shell V-Power Diesel
  2. Shell FuelSave Diesel
  3. Shell Diesel B20
  4. Shell Commercial Diesel
  5. Shell ULSD Low CFPP

แม้ทั้งหมดจะเป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล แต่มีจุดเด่นและการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. Shell V-Power Diesel – น้ำมันดีเซลพรีเมียม เน้นการดูแลเครื่องยนต์

Shell V-Power Diesel เป็นน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมของเชลล์ พัฒนาด้วยเทคโนโลยี DYNAFLEX ที่เน้นประสิทธิภาพการทำความสะอาดเครื่องยนต์ ช่วยลดการสะสมของคราบสกปรกในระบบเชื้อเพลิง เพื่อสนับสนุนการทำงานของเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่น

เหมาะสำหรับ: รถยนต์ดีเซลและรถใช้งานเชิงพาณิชย์ที่รองรับน้ำมันตามข้อกำหนดผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียม

สำหรับโรงงานที่มีรถยนต์ผู้บริหารหรือรถใช้งานที่ต้องการเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียม Shell V-Power Diesel อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

2. Shell FuelSave Diesel – น้ำมันดีเซลสำหรับการใช้งานทั่วไปและธุรกิจขนส่ง

Shell FuelSave Diesel เป็นน้ำมันดีเซลที่พัฒนาด้วยสารเพิ่มประสิทธิภาพและสารทำความสะอาด เพื่อช่วยดูแลชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์และลดการสะสมของคราบสกปรก

ผลิตภัณฑ์นี้เหมาะกับการใช้งานประจำวันของรถยนต์ดีเซล รวมถึงรถที่ใช้ในกิจการเชิงพาณิชย์ โดยต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับเครื่องยนต์ก่อนใช้งาน

จุดเด่น

เหมาะสำหรับ: รถกระบะส่งสินค้า รถขนส่ง รถบริการ และยานพาหนะขององค์กรที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล

สำหรับธุรกิจที่มีรถขนส่งหลายคัน การเลือกน้ำมันที่เหมาะกับเครื่องยนต์และมีคุณภาพสม่ำเสมอจะช่วยให้สามารถวางแผนการใช้งานและบำรุงรักษารถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. Shell Diesel B20 – น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซล 20%

Shell Diesel B20 เป็นน้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 20% และน้ำมันดีเซล 80% โดยไบโอดีเซลผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียน เช่น น้ำมันปาล์ม

จุดเด่นของน้ำมันประเภทนี้คือการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นส่วนประกอบ และอาจมีราคาจำหน่ายต่ำกว่าน้ำมันดีเซลบางประเภท อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่เครื่องยนต์ดีเซลทุกเครื่องที่สามารถใช้น้ำมัน B20 ได้

จุดเด่น

เหมาะสำหรับ: รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถกระบะ และเครื่องยนต์ดีเซลที่ผู้ผลิตรับรองให้ใช้น้ำมัน B20 ได้

ข้อควรระวัง: ก่อนใช้น้ำมัน B20 ต้องตรวจสอบคู่มือเครื่องยนต์หรือสอบถามผู้ผลิต เพราะการใช้น้ำมันที่มีสัดส่วนไบโอดีเซลไม่ตรงกับข้อกำหนดอาจส่งผลต่อระบบเชื้อเพลิงและการรับประกันเครื่องยนต์

4. Shell Commercial Diesel – น้ำมันดีเซลสำหรับธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม

สำหรับโรงงานหรือธุรกิจที่ใช้น้ำมันดีเซลในปริมาณมาก Shell Commercial Diesel เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ

Shell Commercial Diesel เป็นน้ำมันดีเซลเกรดเชิงพาณิชย์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเน้นความน่าเชื่อถือของเชื้อเพลิงและการรองรับการใช้งานอย่างต่อเนื่อง

จุดเด่น

เหมาะสำหรับ

สำหรับโรงงานที่มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองหรือเครื่องจักรดีเซลหลายเครื่อง การเลือก Shell Commercial Diesel ให้ตรงกับข้อกำหนดของอุปกรณ์ และวางแผนจัดส่งน้ำมันอย่างเหมาะสม จะช่วยสนับสนุนความต่อเนื่องในการดำเนินงานได้

5. Shell ULSD Low CFPP – น้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำพิเศษสำหรับการใช้งานเฉพาะทาง

Shell ULSD Low CFPP หรือ Shell Ultra Low Sulphur Diesel – Low CFPP เป็นน้ำมันดีเซลที่มีปริมาณกำมะถันต่ำเป็นพิเศษ และมีคุณสมบัติด้านการไหลตัวของน้ำมันในสภาวะอุณหภูมิต่ำ

คำว่า CFPP ย่อมาจาก Cold Filter Plugging Point หมายถึงอุณหภูมิที่น้ำมันเริ่มมีปัญหาในการไหลผ่านไส้กรองภายใต้เงื่อนไขการทดสอบมาตรฐาน

น้ำมันที่มีค่า CFPP ต่ำจึงเหมาะกับการใช้งานที่ต้องควบคุมคุณสมบัติการไหลตัวของเชื้อเพลิงในอุณหภูมิต่ำเป็นพิเศษ

จุดเด่น

เหมาะสำหรับ

ทั้งนี้ ควรตรวจสอบค่า CFPP ปริมาณกำมะถัน และคุณสมบัติอื่นจาก Product Specification Sheet ก่อนเลือกใช้ เพราะน้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำทั่วไปไม่ได้มีคุณสมบัติ Low CFPP เหมือนกันทั้งหมด

เปรียบเทียบน้ำมันดีเซลเชลล์ทั้ง 5 ประเภท

ประเภทน้ำมัน

จุดเด่น

การใช้งานที่เหมาะสม

Shell V-Power Diesel

เทคโนโลยีทำความสะอาดเครื่องยนต์

รถยนต์ดีเซลที่ต้องการน้ำมันเกรดพรีเมียม

Shell FuelSave Diesel

สารเพิ่มประสิทธิภาพและทำความสะอาด

รถยนต์และรถขนส่งทั่วไป

Shell Diesel B20

มีไบโอดีเซล 20%

รถและเครื่องยนต์ที่รองรับ B20

Shell Commercial Diesel

ออกแบบสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

เครื่องจักร โรงงาน รถบรรทุก เครื่องกำเนิดไฟฟ้า

Shell ULSD Low CFPP

กำมะถันต่ำพิเศษและค่า CFPP ต่ำ

เครื่องยนต์ที่มีข้อกำหนดพิเศษหรือใช้งานในอุณหภูมิต่ำ

โรงงานและภาคอุตสาหกรรมควรเลือกน้ำมันดีเซลเชลล์แบบไหนดี?

การเลือกน้ำมันดีเซลสำหรับโรงงานควรเริ่มจากลักษณะของเครื่องจักรและข้อกำหนดของผู้ผลิต ไม่ควรเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

กรณีที่ 1: โรงงานใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง

Shell Commercial Diesel เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะสำหรับพิจารณา เพราะพัฒนาสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม แต่ต้องตรวจสอบข้อกำหนดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าก่อนเลือกใช้

กรณีที่ 2: โรงงานมีรถบรรทุกหรือรถขนส่งจำนวนมาก

สามารถพิจารณา Shell Commercial Diesel หรือ Shell FuelSave Diesel ตามลักษณะการใช้งานและข้อกำหนดของรถแต่ละรุ่น หากต้องการใช้ Shell Diesel B20 ต้องตรวจสอบว่าผู้ผลิตรถรับรองการใช้งาน B20 หรือไม่

กรณีที่ 3: โรงงานมีเครื่องจักรที่ต้องการน้ำมันกำมะถันต่ำพิเศษ

Shell ULSD Low CFPP เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อเครื่องจักรหรือโครงการกำหนดคุณสมบัติเชื้อเพลิงเฉพาะ เช่น ปริมาณกำมะถันและค่า CFPP

กรณีที่ 4: ธุรกิจมีรถใช้งานทั่วไปและต้องการดูแลระบบเครื่องยนต์

Shell FuelSave Diesel หรือ Shell V-Power Diesel อาจเหมาะสมกว่า โดยเลือกตามข้อกำหนดของเครื่องยนต์และความต้องการด้านผลิตภัณฑ์

ก่อนสั่งซื้อน้ำมันดีเซลสำหรับโรงงาน ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?

สำหรับฝ่ายจัดซื้อและวิศวกรโรงงาน การเลือกน้ำมันดีเซลควรพิจารณาปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้

  1. ข้อกำหนดของเครื่องยนต์: ตรวจสอบชนิดน้ำมัน มาตรฐานเชื้อเพลิง และสัดส่วนไบโอดีเซลที่รองรับ
  2. คุณสมบัติของน้ำมัน: เช่น ปริมาณกำมะถัน ค่า CFPP และคุณสมบัติอื่นที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์กำหนด
  3. ปริมาณการใช้งาน: ประเมินการใช้น้ำมันต่อวันหรือต่อเดือนเพื่อวางแผนจัดซื้อ
  4. การจัดเก็บ: ตรวจสอบความสะอาดของถังเก็บ ระบบกรอง และความเสี่ยงจากน้ำหรือสิ่งปนเปื้อน
  5. การจัดส่ง: เลือกผู้จำหน่ายที่สามารถวางแผนการจัดส่งให้สอดคล้องกับการใช้งานของโรงงาน

สำหรับโรงงานที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลัก การเลือกผู้จำหน่ายที่มีแหล่งผลิตชัดเจนและสามารถให้ข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์ได้ จะช่วยให้การจัดซื้อและการบริหารเชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Maxwell 1991 ตัวแทนจำหน่ายน้ำมันดีเซลเชลล์อย่างเป็นทางการสำหรับภาคธุรกิจ

บริษัท แมกซ์เวล 1991 จำกัด (Maxwell 1991) เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ของเชลล์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ให้บริการลูกค้าภาคธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม บริษัทขนส่ง และองค์กรที่ต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูง

Maxwell 1991 มีผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลเชลล์ให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่น้ำมันดีเซลสำหรับรถขนส่ง ไปจนถึง Shell Commercial Diesel และ Shell ULSD Low CFPP สำหรับงานอุตสาหกรรมและการใช้งานเฉพาะทาง

หากกำลังมองหา ตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเชลล์อย่างเป็นทางการ สำหรับโรงงานหรือธุรกิจ สามารถติดต่อ Maxwell 1991 เพื่อสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ คุณสมบัติน้ำมัน และแนวทางการจัดส่งที่เหมาะกับความต้องการได้

ดูผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ที่ Shell Commercial Fuels – น้ำมันเชื้อเพลิงเชลล์สำหรับภาคธุรกิจ

น้ำมันดีเซลเชลล์แบบไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ?

น้ำมันดีเซลเชลล์ทั้ง 5 ประเภทมีจุดเด่นแตกต่างกัน หากเป็นรถยนต์หรือรถขนส่งทั่วไป อาจเลือก Shell FuelSave Diesel หรือ Shell V-Power Diesel ส่วนรถที่รองรับไบโอดีเซล 20% สามารถพิจารณา Shell Diesel B20 ได้

แต่สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม เครื่องจักรหนัก และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า Shell Commercial Diesel เป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรพิจารณาเป็นลำดับต้น ๆ ขณะที่ Shell ULSD Low CFPP เหมาะกับงานที่มีข้อกำหนดเรื่องกำมะถันต่ำพิเศษและคุณสมบัติการไหลตัวในอุณหภูมิต่ำ

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกน้ำมันให้ตรงกับข้อกำหนดของเครื่องยนต์และสภาพการใช้งาน เพื่อช่วยให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างเหมาะสมและธุรกิจสามารถบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงได้อย่างมั่นใจ