แมกซ์เวล 1991

ราคาน้ำมันเตาแต่ละเกรด
แตกต่างกันอย่างไร

ราคาน้ำมันเตาแต่ละเกรดไม่ได้แตกต่างกันเพียงตามราคาตลาดในแต่ละช่วงเวลา แต่ยังขึ้นอยู่กับความหนืด คุณสมบัติของเชื้อเพลิง และความเหมาะสมกับระบบเผาไหม้ของโรงงานด้วย

น้ำมันเตาที่พบได้บ่อยในภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ น้ำมันเตา A และ น้ำมันเตา C ซึ่งมีระดับความหนืดและลักษณะการใช้งานต่างกัน โดยทั่วไปน้ำมันเตา C มีราคาต่ำกว่าน้ำมันเตา A แต่ต้องใช้กับระบบที่สามารถรองรับความหนืดได้อย่างเหมาะสม

น้ำมันเตา A และน้ำมันเตา C ต่างกันอย่างไร

น้ำมันเตา A และ C แตกต่างกันหลักๆ ที่ระดับความหนืด ซึ่งส่งผลต่อการสูบจ่าย ระบบที่เหมาะสม และแนวโน้มด้านราคา

น้ำมันเตา A (FOA): คือน้ำมันเตาชนิดที่ 1 มีความหนืด 7–80 cSt ที่อุณหภูมิ 50°C สูบจ่ายได้สะดวกกว่า เหมาะกับระบบขนาดเล็กถึงกลาง และโดยทั่วไปมีราคาสูงกว่าน้ำมันเตา C

น้ำมันเตา C (FOC): คือน้ำมันเตาชนิดที่ 2 มีความหนืด 81–180 cSt ที่อุณหภูมิ 50°C เหมาะกับโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีระบบรองรับหรืออุ่นน้ำมันก่อนใช้งาน โดยทั่วไปมีราคาต่ำกว่าน้ำมันเตา A

ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันเตาแต่ละเกรดต่างกัน

ราคาน้ำมันเตา A และ C อาจแตกต่างกันตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ ต้นทุนการผลิต และเงื่อนไขการจำหน่าย โดยปัจจัยสำคัญมีดังนี้

1. คุณสมบัติและการผสมของผลิตภัณฑ์

น้ำมันเตาแต่ละเกรดมีข้อกำหนดด้านความหนืดและคุณสมบัติอื่นแตกต่างกัน น้ำมันเตาที่มีความหนืดต่ำกว่าอาจต้องใช้ส่วนผสมที่ช่วยให้สูบจ่ายและใช้งานได้สะดวกขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนและแนวโน้มด้านราคา

2. ข้อกำหนดด้านคุณภาพ

แม้เป็นน้ำมันเตาเกรดเดียวกัน ผลิตภัณฑ์อาจมีคุณสมบัติ เช่น ความหนาแน่น ปริมาณกำมะถัน น้ำ ตะกอน เถ้า และคาร์บอนตกค้างแตกต่างกัน ข้อกำหนดเหล่านี้ส่งผลต่อความเหมาะสมกับระบบเผาไหม้ และอาจทำให้ราคาของแต่ละผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน

3. ปริมาณและเงื่อนไขการจัดส่ง

ปริมาณการสั่งซื้อ ความถี่ในการส่ง ระยะทาง และพื้นที่ส่งมอบ ล้วนมีผลต่อราคาที่ผู้ซื้อได้รับ การสั่งซื้อปริมาณมากหรือมีแผนจัดส่งต่อเนื่องอาจมีเงื่อนไขราคาต่างจากการสั่งซื้อเป็นครั้งคราว

4. สถานการณ์ตลาด

ราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนการกลั่น อัตราแลกเปลี่ยน และความต้องการใช้พลังงานในตลาด อาจทำให้ราคาน้ำมันเตาปรับเปลี่ยนได้ตามช่วงเวลา จึงควรสอบถามราคาล่าสุดจากผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจ

น้ำมันเตาราคาถูกกว่าคุ้มค่ากว่าเสมอหรือไม่

น้ำมันเตา C อาจมีราคาต่อลิตรต่ำกว่าน้ำมันเตา A แต่หากระบบไม่รองรับความหนืด อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการอุ่นน้ำมัน การปรับปรุงอุปกรณ์ หรือการบำรุงรักษา

หากน้ำมันมีความหนืดไม่เหมาะกับหัวเผา อาจทำให้ฉีดเป็นฝอยได้ไม่ดี เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เขม่า หรือคราบสะสมในระบบ ดังนั้น ควรเปรียบเทียบต้นทุนรวม ทั้งราคาน้ำมัน ค่าใช้พลังงาน และค่าดูแลเครื่องจักร ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะราคาซื้อ

วิธีเลือกน้ำมันเตาให้เหมาะกับการใช้งาน

ก่อนเลือกน้ำมันเตา A หรือ C ควรตรวจสอบว่าเครื่องจักรและหัวเผารองรับความหนืดในช่วงใด ระบบมีอุปกรณ์อุ่นน้ำมันหรือไม่ และมีปริมาณการใช้เชื้อเพลิงมากเพียงใด

โรงงานที่ต้องการความสะดวกในการสูบจ่ายหรือมีข้อจำกัดด้านระบบอุ่นน้ำมันอาจเหมาะกับน้ำมันเตา A ส่วนโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ที่มีอุปกรณ์รองรับและใช้เชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องอาจพิจารณาน้ำมันเตา C เพื่อควบคุมต้นทุน

สรุป

ราคาน้ำมันเตา A และ C แตกต่างกันตามความหนืดและความสะดวกในการใช้งาน โดยน้ำมันเตา A มีความหนืดต่ำและโดยทั่วไปมีราคาสูงกว่า ส่วนน้ำมันเตา C มีความหนืดปานกลางและมักมีราคาต่ำกว่า แต่ต้องใช้กับระบบที่รองรับได้อย่างเหมาะสม

การเลือกเกรดที่คุ้มค่าที่สุดจึงควรพิจารณาจากความเข้ากันได้กับหัวเผา ค่าใช้พลังงานในการเตรียมน้ำมัน และต้นทุนการบำรุงรักษาควบคู่กับราคาจำหน่าย